มากกว่า>>คำแนะนำโพสต์บล็อก Essence
มากกว่า>>ผู้เชี่ยวชาญยอดนิยม

จะชนะ

สนาม: สถานีโทรทัศน์เฮยหลงเจียง

บทนำ:หนังยาวยึดทรัพย์ ยิ่งลักษณ์  หรือจะซ้ำรอย ทักษิณ-พี่ชาย?  31 มกราคม พศ 2561 เวลา 00:01 น ทั้งกระทรวงการคลัง-กรมบังคับคดี ออกมาการันตีการเดินหน้าสืบทรัพย์-อายัดทรัพย์ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลังศาลปกครองกลางยกคำร้องของยิ่งลักษณ์ ที่ขอให้ศาลมีคำสั่งทุเลาการบังคับตามคำสั่งที่กระทรวงการคลังสั่งให้ ยิ่งลักษณ์ ชดใช้ค่าเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าว จำนวนเงิน 35,717 ล้านบาท ตามคำสั่งกระทรวงการคลังที่ 1351/2559 ไม่ว่าจะเป็นทั้ง อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมวการคลัง ที่ยืนยันว่าการนำสืบทรัพย์ยิ่งลักษณ์ กระทรวงการคลังเดินหน้าต่อไปอยู่แล้ว ไม่ได้หยุดหรือชะลออะไร เช่นเดียวกับ นสรื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี ก็แจงว่ากรมบังคับคดีจะดำเนินการตามขั้นตอนในการร่วมมือกับกระทรวงการคลัง เพื่อสืบทรัพย์และตั้งเรื่องขอยึดอายัดทรัพย์ยิ่งลักษณ์กระนั้นดูแล้วหนังเรื่องนี้คงยาวกว่าคดีจะถึงที่สุด ถึงขั้นนำไปสู่การ ยึดทรัพย์ยิ่งลักษณ์ เพื่อนำเงินและทรัพย์สินมาชดเชยค่าเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าว ตามที่กระทรวงการคลังสรุปผลและออกคำสั่งไว้ เพราะขั้นตอนกระบวนการต่างๆ ในทางคดีปกครองเพื่อให้อดีตนายกฯ หญิงชดใช้เงินดังกล่าวยังเหลืออีกพอสมควร ทั้งการสืบทรัพย์และอายัดทรัพย์ต่างๆ เพื่อให้ครบตามจำนวนที่กระทรวงการคลังตั้งไว้ ซึ่งแน่นอนว่าหากดูจากฐานข้อมูล บัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ของยิ่งลักษณ์ที่เคยแจ้งต่อ ปปช ตอนเข้าดำรงตำแหน่งนายกฯ และหลังพ้นจากตำแหน่ง ทรัพย์สินของยิ่งลักษณ์มีไม่ถึงแน่นอน อาทิ หากพลิกแฟ้มบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่แจ้งต่อ ปปชหลังพ้นจากตำแหน่ง อันเป็นบัญชีวันที่ 6 พค58 ยิ่งลักษณ์บอกว่ามีทรัพย์สิน 579 ล้านบาท เช่นเงินฝากธนาคารมี 16 บัญชี ฝากไว้ตามที่ต่างๆ อาทิ ธนาคารกรุงเทพ 7 เล่ม, ธนาคารกสิกรไทย 4 เล่ม, ธนาคารยูโอบี 3 เล่ม และบริษัทหลักทรัพย์ธนชาตอีก 2 เล่ม รวมแล้วประมาณ 24 ล้านบาทส่วนอสังหาริมทรัพย์หลักๆ ก็เช่นบ้านพักอาศัยหลังใหญ่แถวซอยนวมินทร์ มูลค่า 110 ล้านบาท หรือเงินลงทุน 115 ล้านบาท เงินให้กู้ยืม 108 ล้านบาท เป็นต้นดังนั้น ทรัพย์สินที่มีและแจ้งไว้อย่างเป็นทางการจึงไม่เพียงพอชดใช้ค่าเสียหาย 35,717 ล้านบาท ตามที่กระทรวงการคลังระบุไว้ และต่อให้มีเพียงพอหรือมีมากน้อยแค่ไหน ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่ไม่มีใครยอมให้ทรัพย์สินของตัวเองถูกอายัดถูกยึดแน่นอน การสู้คดีจนถึงที่สุดจึงเป็นขั้นตอนปกติที่เกิดกับทุกคนไม่ว่าจะเป็นยิ่งลักษณ์หรือคนธรรมดาดังนั้น หากกรมบังคับคดี กระทรวงการคลัง มีการสืบทรัพย์ พิสูจน์ทรัพย์ อายัดทรัพย์ ยึดทรัพย์ขายทอดตลาด ยิ่งลักษณ์ต้องสู้จนถึงที่สุดไม่ว่าจะเป็นศาลไหน!ประเมินแล้วกว่าคดีจะถึงที่สุดคงต้องรอกันอีกหลายยก และเป็นหนังยาวแน่นอนแม้เจ้าตัวจะหนีคดีไม่กลับมาประเทศไทยแล้ว แต่ก็ต้องใช้ช่องทางกฎหมายทุกรูปแบบ เพื่อระงับยับยั้งกรมบังคับคดีไม่ให้มายึดทรัพย์สินทั้งหมดขณะที่ก่อนหน้านี้ นพวรงค์ เดชกิจวิกรม อดีต สสพิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ เผยแพร่ข้อความผ่านเฟซบุ๊กWarong Dechgitvigromหลังศาลปกครองกลางยกคำร้องยิ่งลักษณ์เมื่อ 29 มคว่า สำหรับผู้ที่ยังติดตามคดียึดทรัพย์นางสาวยิ่งลักษณ์ ล่าสุดวันที่ 29 มกราคม 2561 ศาลปกครองกลางมีคำสั่งยกคำร้องของนางสาวยิ่งลักษณ์ กรณีมีคำสั่งยึดทรัพย์ 35 หมื่นล้านบาทที่ต้องรับผิดชอบ เท่ากับว่ากรมบังคับคดีสามารถเดินหน้ายึดทรัพย์ต่อได้โดยก่อนหน้านี้ หลังจากมีคำสั่งทางปกครองให้นางสาวยิ่งลักษณ์ชดใช้ค่าเสียหาย กรณีปล่อยให้เกิดการทุจริตจำนำข้าว 35 หมื่นล้านบาทตั้งแต่เดือนตุลาคม 2539 นางสาวยิ่งลักษณ์เคยร้องศาลปกครองกลางครั้งแรกเพื่อขอคุ้มครองชั่วคราว และศาลปกครองกลางเคยมีคำสั่งยกคำร้องเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2560 มาแล้วเท่ากับว่าคดีทุจริตจำนำข้าวและจีทูจีเดินทางมาใกล้จบบริบูรณ์ นั่นคือคดีอาญาจบแล้ว ส่วนคดีแพ่งที่นำไปสู่การยึดทรัพย์ หลังจากที่ศาลยกคำร้องที่ขอทุเลาการบังคับคดี การยึดทรัพย์ก็เดินหน้าต่อได้ จนกว่าศาลปกครองจะมีคำสั่งเป็นทางการอีกครั้ง ทุกอย่างก็จบ ยิ่งลักษณ์ที่ตอนนี้อยู่ในสภาพเดียวกับ ทักษิณ ชินวัตร พี่ชาย คือเป็นผู้ต้องหาหลบหนีคดีอยู่ต่างประเทศแต่ชะตากรรมต่อจากนี้ไปจะเหมือนกับทักษิณ ที่ถูกยึดทรัพย์ 46,373,680,754 บาทจากเหตุใช้อำนาจขณะเป็นนายกรัฐมนตรีโดยมิชอบจนทำให้ร่ำรวยผิดปกติ หรือไม่ต้องรอให้กระบวนการต่างๆ ดำเนินไปจนถึงที่สุด ถึงจะเห็นบทสรุปสุดท้าย...

ฮัน ยู ฮัว

สนาม: เดลินิวส์

บทนำ:นายธันย์ธำรง กล่าวต่ออีกว่า ปัจจุบันร้านขาหมูขั้นเทพจำหน่ายอยู่ที่ประมาณวันละ 500-700 จาน แบบราดข้าวราคาจานละ 40 บาท พิเศษ 50 บาท หากซื้อชิ้นส่วนทั้งขาขายราคา 350 บาท แต่ละวันจะใช้ขาหมูมากกว่า 60 ขา เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการของลูกค้าที่มารับบริการที่ร้านของเราตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะเมนูเด็ดของร้านคือขาหมูตุ๋นที่เคี่ยวจนได้ที่ รสชาติกลมกล่อม นอกจากนี้ยังคงมีการนำขาหมูไปดัดแปลงเป็นเมนูต่างๆกว่า 20 เมนู ไม่ว่าจะเป็นข้าวลาบขาหมู ข้าวขาหมูผัดฉ่า ข้าวกะเพราขาหมู ข้าวผัดคะน้าขาหมู ข้าวขาหมูผัดพริกหยวก ต้มยำขาหมู ซึ่งได้รับความสนใจและชื่นชอบของลูกค้าจำนวนมาก

ฝาก 28 รับ 100 ล่าสุด1️⃣LOOK618
lxd | <动态当天时间> | อ่าน(877) | แสดงความคิดเห็น(777)
คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบเมื่อวันอังคารที่ 31 มค2561 ให้ยกเว้นภาษีบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ที่นำค่าใช้จ่ายบริจาคเข้ากองทุนวิจัยและนวัตกรรม 4 กองทุน ประกอบด้วย กองทุนเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์ฯ กองทุนสนับสนุนการวิจัย กองทุนเพื่อการพัฒนาระบบมาตรวิทยา กองทุนเพื่อการพัฒนาระบบสาธารณสุข หากบุคคลธรรมดาบริจาค โดยนำค่าใช้จ่ายหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า เมื่อร่วมกับการบริจาคด้านการศึกษาต้องไม่เกิน10% ของเงินบริจาค 【อ่านข้อความเต็ม】
9j1 | <动态当天时间> | อ่าน(949) | แสดงความคิดเห็น(806)
สรุปย่อคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุดคดีหมายเลขดำที่ อ ๒๘๐/๒๕๕๖ หมายเลขแดงที่๑๔๔๒/๒๕๖๐ ระหว่างนายชิงชัย อุดมเจริญกิจ กับพวกรวม ๒๕๐ คน ผู้ฟ้องคดี นายกรณ์ เอี่ยมอิทธิพล กับพวกรวม ๑๑ คน ผู้ร้องสอด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ สำนักนายกรัฐมนตรี ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒【อ่านข้อความเต็ม】
hrt | <动态当天时间> | อ่าน(549) | แสดงความคิดเห็น(3)
ด้าน ศดรสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ อธิการบดี สจล กล่าวว่า ความร่วมมือทางวิชาการครั้งนี้ตอบสนองวาระแห่งชาติ ปัจจุบันพบว่าไทยยังขาดแคลนในด้านวิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีขั้นสูงอยู่มาก นอกจากนี้จะยังมีการส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรสายวิชาการ สายสนับสนุนวิชาการ และนักศึกษา โดยการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างสถาบัน ซึ่งแต่ละแห่งมีความเชี่ยวชาญและจุดเด่นต่างกัน ภายใต้การใช้ทรัพยากรทางวิชาการร่วมกัน ตลอดจนส่งเสริมการทำวิจัยร่วมกัน เพื่อการพัฒนานวัตกรรมและองค์ความรู้ใหม่ ๆ ถือเป็นการทลายกำแพงระหว่างคณะและมหาวิทยาลัย เราพบว่าเนื้อหาหลักสูตรแบบเดิมไม่ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ บัณฑิตที่จบออกไปทำงานด้านคอมพิวเตอร์เพียง 10 % เท่านั้น【อ่านข้อความเต็ม】
vp2 | <动态当天时间> | อ่าน(130) | แสดงความคิดเห็น(312)
เรื่อง ค่าแรงขั้นต่ำ นี่ เป็นปัญหาโลกแตกมาตลอด ลูกจ้าง ก็จะเอาแพงๆ นายจ้าง ก็จะจ่ายถูกๆ ก็มีเหตุผลด้วยกันทั้งสองฝ่าย แต่ถ้าถามว่าฝ่ายไหนผิด-ฝ่ายไหนถูก? ไม่รู้? รู้แต่ว่า เวลานี้ บริษัท-ห้างร้าน-ธุรกิจ-อุตสาหกรรมทั้งหลาย ต่างมีแผน ลดจ้าง-โละคน ออกเรื่อยๆ แต่งาน ไม่ลด ! เมื่องานไม่ลด แถมมีแต่เพิ่มขึ้น แล้วจะให้ใครทำงาน? คำตอบคือ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีไอที ที่จะเข้ามาแทน แทนคน ! เหตุผลชัด-ตรงตัว ลดต้นทุน หุ่นยนต์ไม่เรื่องมาก ไม่เรียกร้องโบนัส-เงินเดือน ไม่มีโอที ไม่ประท้วงหยุดงาน แถมควบคุมได้ทั้งปริมาณและคุณภาพ อุตสาหกรรมเกษตรและโรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูปเครือซีพีทุกวันนี้ ใช้ หุ่นยนต์ แทน คน มากขึ้น โรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูปใหญ่ที่สุดในจีนของซีพี เนื้อที่มากกว่า ๔๒,๐๐๐ ตารางเมตร ผลิตตลอด ๒๔ ชั่วโมง ไม่ใช้คนเลย! โกดังสินค้าอาลีบาบา ของแจ๊ก หม่า กว้างใหญ่เป็นเมือง แต่ใช้คนแค่ ๓๐% ที่เหลืออีก ๗๐ ใช้หุ่นยนต์ ถ้าสังเกต ช่วงรอยต่อศตวรรษ จะเห็นบริษัทธุรกิจการค้าใหญ่ๆ ต่างประกาศแผน ลดคน ใช้หุ่นยนต์และระบบไอทีแทนเรื่อยๆ แม้แต่ในบ้านเรา หลายวันก่อน ผู้บริหารแบงก์ไทยพาณิชย์ นายอาทิตย์ นันทวิทยา ก็ประกาศปรับองค์กร รองรับกระแสดิจิทัล ขับเคลื่อนไทยพาณิชย์สู่ความเป็น The Most Admired Bank ด้วยแผน ๓ ปี ลดสาขาเหลือ ๔๐๐ จาก ๑,๑๕๓ สาขา ตั้งเป้าลดพนักงานเหลือ ๑๕,๐๐๐ คน จาก ๒๗,๐๐๐ คน หลายคนตกใจ นึกว่าการลดสาขา-ลดพนักงานหมายถึงแบงก์ไทยพาณิชย์สั่นคลอน ธุรกิจกินดอกเบี้ยเตี้ยลง พนักงานไทยพาณิชย์ก็ตกใจ แต่ไม่ได้ตกใจด้านนั้น หากแต่ตกใจด้วยกลัว ตกงาน ถึงขั้นประท้วง แต่ก็ ตกลง ได้ ด้วยเข้าใจกัน ลบแผนโละ แต่พนักงานต้อง สร้างศักยภาพ ตัวเอง รองรับเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกด้วย! ที่หยิบเรื่องนี้มาคุย เหตุผลแรก คือ โลกมันหมุน ถ้าเราอยากอยู่กับโลกให้สุข ก็ต้องหมุนไปกับโลก คือวันนี้ ถึงยุคเทคโนโลยีไอทีครองโลก ถ้าเราอยากมีงาน มีเงินจากงาน มีความลงตัวในการใช้ชีวิตร่วมสังคมโลก ก็ต้องเรียนรู้-พัฒนาให้เข้ากับยุค อย่าอ้างวัยเพื่อเลี่ยงการเรียนรู้ พูดง่ายๆ ต้อง อัพเกรด ตัวเอง สู่ยุคไอทีด้วย ที่ นายกฯ ประยุทธ์ วางแนวสร้างศักยภาพประเทศ ด้วยยุทธศาสตร์ ๔๐ นั่น ถูกแล้ว เมื่อโลกเขาลัดนิ้วมือไปด้วยไอที และเราวางตำแหน่งประเทศเป็นเมืองท่องเที่ยว เป็นประเทศอุตสาหกรรมเกษตรส่งออก อุตสาหกรรมเครื่องจักร และปิโตรเคมีและสังสรรค์-สโมสรร่วมประชาคมโลกทุกรูปแบบอย่างทุกวันนี้ ก็จำเป็น ต้อง หมุนตามโลก ไปกับเขา! กรณีแบงก์ไทยพาณิชย์ ผมจึง มองต่าง ในทันทีที่เห็นข่าว คือขณะที่คนอื่น มอง มุมลบ ผมกลับเห็นการ ลดสาขา-ลดพนักงาน ว่านั่น เป็นวิสัยทัศน์ของคณะบริหารไทยพาณิชย์ สมัยก่อน แต่ละแบงก์ จะใหญ่-จะโต จะมีหน้า-มีตา วัดกันตรงใครมีสาขาครอบคลุมแต่ละพื้นที่ประเทศมากกว่ากัน เพราะยุคนั้น สลึงหนึ่ง บาทหนึ่ง คนก็ต้องหอบสังขารไปแบงก์ แต่ยุคไอที มีตู้ ATM ให้ฝาก-ถอน-โอน-กู้ ริมถนน ตามห้าง ตามชุมชน ตลอด ๒๔ ชั่วโมง สำนักงานสาขา กลายเป็นตัวเทอะทะ สร้างภาระ เพิ่มค่าใช้จ่าย เปลืองคนโดยเปล่าประโยชน์ ยุคนี้ คนเดินห้าง เดินถนน มากกว่าคนเดินไปแบงก์ ฉะนั้น เอาตู้ ATM ติดตามชุมชน เช่าพื้นที่ห้าง กั้นห้อง ใช้คนไม่กี่คน ลดรายจ่าย-เพิ่มกำไร ให้แบงก์อีกจมหู เหลือสำนักงานสาขาไว้ทำธุรกรรมระดับพันล้าน-หมื่นล้านในจุดจำเป็น เหลือเฟือแล้ว วงจรธุรกิจการเงิน-การธนาคาร นับวันจะเปลี่ยนอุปสงค์-อุปทาน และรูปแบบธุรกรรมก็ไม่เหมือนเดิม ผมจึงมองว่า การประกาศวิสัยทัศน์ของไทยพาณิชย์วันก่อน ไม่ใช่ ถอยหลัง หากแต่เป็นการ ตั้งตัว ทะยานรับโลกยุคดิจิทัลมากกว่า! ไทยเรา ตั้งเข็มทิศ ทางไปทางนั้นอยู่แล้ว เห็นได้จากโมเดลประเทศ ๔๐ อุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม -กลุ่มอุปกรณ์อัจฉริยะ หุ่นยนต์ และระบบเครื่องกล ที่ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ควบคุม -กลุ่มดิจิทัล เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ที่เชื่อมต่อการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ ปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีสมองกลฝังตัว เป็น ๒ ใน ๕ กลุ่ม ที่รัฐบาล คสช ทำให้เกิด ในโครงการอีอีซี อันเป็นโครงการต่อยอดโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ด ที่ทำให้ไทยโชติช่วงชัชวาลในสมัยป๋าเปรม ฉะนั้น ทั้งภาคธุรกิจและภาคประชาชน ถ้าไม่ต้องการตกอยู่ในภาวะกระเสือก-กระสน ก็ต้อง สน เพื่อปรับธุรกิจและพัฒนาศักยภาพบุคคลไปอยู่ในจุดนั้น นี่คือการอยู่ดูโลกให้มันโศภิน แต่ถ้าไม่ต้องการ อยากอยู่กับโลกเดิมๆ ที่ชิน ก็ไม่เป็นไร ถ้ามั่นใจว่า ทรัพย์สินเงินทองเท่าที่สะสมไว้ แก่ตายก็ใช้ไม่หมด นั่นก็ไม่ต้องไปถวายตัวเป็นทาสไอทีก็ได้ เอาเงินไปซื้อหุ่นยนต์ซักตัว มาเป็นหมอนวด ไปซื้อโอเลี้ยงปากซอย สบายมาก! ทีนี้ มาคุยกันถึง เหตุผลที่ ๒ ในยุค หุ่นยนต์-ไอที มาแทนคน คือหลายวันก่อน มีโอกาสพบ คุณบรรพต หงษ์ทอง มือสร้างตลาดสินค้าส่งออก ยุคเป็นอธิบดีอยู่พาณิชย์ แต่ไพล่ไปเป็นปลัดเกษตรฯ ท่านปรารภว่า เห็นหุ่นยนต์และไอทีทำงานแทนคนมากขึ้นเรื่อยๆ ใจหนึ่ง ก็เข้าใจด้านยุคสมัยที่พัฒนาไป แต่อีกใจก็ห่วง คนใช้แรงงาน เมื่อเทคโนโลยีมาแทนที่ มนุษย์ที่เคยมีรายได้ เพื่ออยู่-เพื่อกิน-เพื่อเลี้ยงครอบครัว จะทำอย่างไรกัน? นายกฯ ประยุทธ์ มุ่งยุทธศาสตร์นวัตกรรม ก็เห็นด้วย แต่อยากฝากท่านนายกฯ ช่วยคิด-ช่วยหาทาง เผื่อกลุ่มคนระดับแรงงานที่จะกลายเป็น มนุษย์ส่วนเกิน ในยุค หุ่นยนต์-ไอที ให้ด้วย เพราะคนกลุ่มนี้ เพิ่มศักยภาพตามยุคไม่ทันแน่ แล้วจะให้พวกเขาไปทำมาหากินอะไร? ไปทำไร่-ทำนา พูดง่าย แต่ทำยาก และใช่ว่ามีพื้นที่เหลือเฟือให้เขาเลือกไปทำกิน คนว่างงาน จะกลายเป็น ปัญหาย้อนศร สังคม สินค้าหุ่นยนต์ผลิตออกมา จะไปขายให้ใคร ในเมื่อ กำลังซื้อของคนส่วนใหญ่ในสังคม ล้วนซีด เพราะไร้งาน-ไร้เงิน!? ปัญหา เศรษฐกิจ-สังคม ดูไปเหมือน ลูกรูบิก หมุนแถบสีด้านนี้เรียงเสร็จ พลิกอีกด้านอ้าว หน้าด่าง-ต่างสีกันซะแล้ว! การพัฒนาใช้หุ่นยนต์แทนคน มันก็โอเค แต่คนที่ถูกหุ่นยนต์แทนที่ล่ะ โอเคมั้ย? ตรงนี้ รัฐบาลต้องคิด หาแผน-หาทาง รองรับไว้ด้วย ชะล่าใจไม่ได้ เพราะไอทีมันมาเร็ว ต่างกับคน ที่รายได้มาช้า แต่หิวเร็ว-โกรธเร็ว! เรื่องการเมืองตอนนี้น่ะ อยู่กับมันได้ แต่อย่าเข้าไปในมัน หมายถึง อย่าเอามาเป็นอารมณ์จนเสียศูนย์ ถอยออกมานิด แล้วมองเข้าไป จะเห็น ขบวนการแต้มแต่ง กระเย้อกระแหย่งกันน่าเหยียบ คิดในมุมกลับ แปลง วิกฤตินาฬิกา เป็นเหยื่อล่อ ก็ได้ผล บ้านเมืองที่เข้าใจว่าสงบ โยนนาฬิกาทดสอบตูมเดียว เหี้ยกรูออกมาเป็นฝูง!【อ่านข้อความเต็ม】
bpv | <动态当天时间> | อ่าน(16) | แสดงความคิดเห็น(438)
เรื่อง ค่าแรงขั้นต่ำ นี่ เป็นปัญหาโลกแตกมาตลอด ลูกจ้าง ก็จะเอาแพงๆ นายจ้าง ก็จะจ่ายถูกๆ ก็มีเหตุผลด้วยกันทั้งสองฝ่าย แต่ถ้าถามว่าฝ่ายไหนผิด-ฝ่ายไหนถูก? ไม่รู้? รู้แต่ว่า เวลานี้ บริษัท-ห้างร้าน-ธุรกิจ-อุตสาหกรรมทั้งหลาย ต่างมีแผน ลดจ้าง-โละคน ออกเรื่อยๆ แต่งาน ไม่ลด ! เมื่องานไม่ลด แถมมีแต่เพิ่มขึ้น แล้วจะให้ใครทำงาน? คำตอบคือ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีไอที ที่จะเข้ามาแทน แทนคน ! เหตุผลชัด-ตรงตัว ลดต้นทุน หุ่นยนต์ไม่เรื่องมาก ไม่เรียกร้องโบนัส-เงินเดือน ไม่มีโอที ไม่ประท้วงหยุดงาน แถมควบคุมได้ทั้งปริมาณและคุณภาพ อุตสาหกรรมเกษตรและโรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูปเครือซีพีทุกวันนี้ ใช้ หุ่นยนต์ แทน คน มากขึ้น โรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูปใหญ่ที่สุดในจีนของซีพี เนื้อที่มากกว่า ๔๒,๐๐๐ ตารางเมตร ผลิตตลอด ๒๔ ชั่วโมง ไม่ใช้คนเลย! โกดังสินค้าอาลีบาบา ของแจ๊ก หม่า กว้างใหญ่เป็นเมือง แต่ใช้คนแค่ ๓๐% ที่เหลืออีก ๗๐ ใช้หุ่นยนต์ ถ้าสังเกต ช่วงรอยต่อศตวรรษ จะเห็นบริษัทธุรกิจการค้าใหญ่ๆ ต่างประกาศแผน ลดคน ใช้หุ่นยนต์และระบบไอทีแทนเรื่อยๆ แม้แต่ในบ้านเรา หลายวันก่อน ผู้บริหารแบงก์ไทยพาณิชย์ นายอาทิตย์ นันทวิทยา ก็ประกาศปรับองค์กร รองรับกระแสดิจิทัล ขับเคลื่อนไทยพาณิชย์สู่ความเป็น The Most Admired Bank ด้วยแผน ๓ ปี ลดสาขาเหลือ ๔๐๐ จาก ๑,๑๕๓ สาขา ตั้งเป้าลดพนักงานเหลือ ๑๕,๐๐๐ คน จาก ๒๗,๐๐๐ คน หลายคนตกใจ นึกว่าการลดสาขา-ลดพนักงานหมายถึงแบงก์ไทยพาณิชย์สั่นคลอน ธุรกิจกินดอกเบี้ยเตี้ยลง พนักงานไทยพาณิชย์ก็ตกใจ แต่ไม่ได้ตกใจด้านนั้น หากแต่ตกใจด้วยกลัว ตกงาน ถึงขั้นประท้วง แต่ก็ ตกลง ได้ ด้วยเข้าใจกัน ลบแผนโละ แต่พนักงานต้อง สร้างศักยภาพ ตัวเอง รองรับเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกด้วย! ที่หยิบเรื่องนี้มาคุย เหตุผลแรก คือ โลกมันหมุน ถ้าเราอยากอยู่กับโลกให้สุข ก็ต้องหมุนไปกับโลก คือวันนี้ ถึงยุคเทคโนโลยีไอทีครองโลก ถ้าเราอยากมีงาน มีเงินจากงาน มีความลงตัวในการใช้ชีวิตร่วมสังคมโลก ก็ต้องเรียนรู้-พัฒนาให้เข้ากับยุค อย่าอ้างวัยเพื่อเลี่ยงการเรียนรู้ พูดง่ายๆ ต้อง อัพเกรด ตัวเอง สู่ยุคไอทีด้วย ที่ นายกฯ ประยุทธ์ วางแนวสร้างศักยภาพประเทศ ด้วยยุทธศาสตร์ ๔๐ นั่น ถูกแล้ว เมื่อโลกเขาลัดนิ้วมือไปด้วยไอที และเราวางตำแหน่งประเทศเป็นเมืองท่องเที่ยว เป็นประเทศอุตสาหกรรมเกษตรส่งออก อุตสาหกรรมเครื่องจักร และปิโตรเคมีและสังสรรค์-สโมสรร่วมประชาคมโลกทุกรูปแบบอย่างทุกวันนี้ ก็จำเป็น ต้อง หมุนตามโลก ไปกับเขา! กรณีแบงก์ไทยพาณิชย์ ผมจึง มองต่าง ในทันทีที่เห็นข่าว คือขณะที่คนอื่น มอง มุมลบ ผมกลับเห็นการ ลดสาขา-ลดพนักงาน ว่านั่น เป็นวิสัยทัศน์ของคณะบริหารไทยพาณิชย์ สมัยก่อน แต่ละแบงก์ จะใหญ่-จะโต จะมีหน้า-มีตา วัดกันตรงใครมีสาขาครอบคลุมแต่ละพื้นที่ประเทศมากกว่ากัน เพราะยุคนั้น สลึงหนึ่ง บาทหนึ่ง คนก็ต้องหอบสังขารไปแบงก์ แต่ยุคไอที มีตู้ ATM ให้ฝาก-ถอน-โอน-กู้ ริมถนน ตามห้าง ตามชุมชน ตลอด ๒๔ ชั่วโมง สำนักงานสาขา กลายเป็นตัวเทอะทะ สร้างภาระ เพิ่มค่าใช้จ่าย เปลืองคนโดยเปล่าประโยชน์ ยุคนี้ คนเดินห้าง เดินถนน มากกว่าคนเดินไปแบงก์ ฉะนั้น เอาตู้ ATM ติดตามชุมชน เช่าพื้นที่ห้าง กั้นห้อง ใช้คนไม่กี่คน ลดรายจ่าย-เพิ่มกำไร ให้แบงก์อีกจมหู เหลือสำนักงานสาขาไว้ทำธุรกรรมระดับพันล้าน-หมื่นล้านในจุดจำเป็น เหลือเฟือแล้ว วงจรธุรกิจการเงิน-การธนาคาร นับวันจะเปลี่ยนอุปสงค์-อุปทาน และรูปแบบธุรกรรมก็ไม่เหมือนเดิม ผมจึงมองว่า การประกาศวิสัยทัศน์ของไทยพาณิชย์วันก่อน ไม่ใช่ ถอยหลัง หากแต่เป็นการ ตั้งตัว ทะยานรับโลกยุคดิจิทัลมากกว่า! ไทยเรา ตั้งเข็มทิศ ทางไปทางนั้นอยู่แล้ว เห็นได้จากโมเดลประเทศ ๔๐ อุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม -กลุ่มอุปกรณ์อัจฉริยะ หุ่นยนต์ และระบบเครื่องกล ที่ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ควบคุม -กลุ่มดิจิทัล เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ที่เชื่อมต่อการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ ปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีสมองกลฝังตัว เป็น ๒ ใน ๕ กลุ่ม ที่รัฐบาล คสช ทำให้เกิด ในโครงการอีอีซี อันเป็นโครงการต่อยอดโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ด ที่ทำให้ไทยโชติช่วงชัชวาลในสมัยป๋าเปรม ฉะนั้น ทั้งภาคธุรกิจและภาคประชาชน ถ้าไม่ต้องการตกอยู่ในภาวะกระเสือก-กระสน ก็ต้อง สน เพื่อปรับธุรกิจและพัฒนาศักยภาพบุคคลไปอยู่ในจุดนั้น นี่คือการอยู่ดูโลกให้มันโศภิน แต่ถ้าไม่ต้องการ อยากอยู่กับโลกเดิมๆ ที่ชิน ก็ไม่เป็นไร ถ้ามั่นใจว่า ทรัพย์สินเงินทองเท่าที่สะสมไว้ แก่ตายก็ใช้ไม่หมด นั่นก็ไม่ต้องไปถวายตัวเป็นทาสไอทีก็ได้ เอาเงินไปซื้อหุ่นยนต์ซักตัว มาเป็นหมอนวด ไปซื้อโอเลี้ยงปากซอย สบายมาก! ทีนี้ มาคุยกันถึง เหตุผลที่ ๒ ในยุค หุ่นยนต์-ไอที มาแทนคน คือหลายวันก่อน มีโอกาสพบ คุณบรรพต หงษ์ทอง มือสร้างตลาดสินค้าส่งออก ยุคเป็นอธิบดีอยู่พาณิชย์ แต่ไพล่ไปเป็นปลัดเกษตรฯ ท่านปรารภว่า เห็นหุ่นยนต์และไอทีทำงานแทนคนมากขึ้นเรื่อยๆ ใจหนึ่ง ก็เข้าใจด้านยุคสมัยที่พัฒนาไป แต่อีกใจก็ห่วง คนใช้แรงงาน เมื่อเทคโนโลยีมาแทนที่ มนุษย์ที่เคยมีรายได้ เพื่ออยู่-เพื่อกิน-เพื่อเลี้ยงครอบครัว จะทำอย่างไรกัน? นายกฯ ประยุทธ์ มุ่งยุทธศาสตร์นวัตกรรม ก็เห็นด้วย แต่อยากฝากท่านนายกฯ ช่วยคิด-ช่วยหาทาง เผื่อกลุ่มคนระดับแรงงานที่จะกลายเป็น มนุษย์ส่วนเกิน ในยุค หุ่นยนต์-ไอที ให้ด้วย เพราะคนกลุ่มนี้ เพิ่มศักยภาพตามยุคไม่ทันแน่ แล้วจะให้พวกเขาไปทำมาหากินอะไร? ไปทำไร่-ทำนา พูดง่าย แต่ทำยาก และใช่ว่ามีพื้นที่เหลือเฟือให้เขาเลือกไปทำกิน คนว่างงาน จะกลายเป็น ปัญหาย้อนศร สังคม สินค้าหุ่นยนต์ผลิตออกมา จะไปขายให้ใคร ในเมื่อ กำลังซื้อของคนส่วนใหญ่ในสังคม ล้วนซีด เพราะไร้งาน-ไร้เงิน!? ปัญหา เศรษฐกิจ-สังคม ดูไปเหมือน ลูกรูบิก หมุนแถบสีด้านนี้เรียงเสร็จ พลิกอีกด้านอ้าว หน้าด่าง-ต่างสีกันซะแล้ว! การพัฒนาใช้หุ่นยนต์แทนคน มันก็โอเค แต่คนที่ถูกหุ่นยนต์แทนที่ล่ะ โอเคมั้ย? ตรงนี้ รัฐบาลต้องคิด หาแผน-หาทาง รองรับไว้ด้วย ชะล่าใจไม่ได้ เพราะไอทีมันมาเร็ว ต่างกับคน ที่รายได้มาช้า แต่หิวเร็ว-โกรธเร็ว! เรื่องการเมืองตอนนี้น่ะ อยู่กับมันได้ แต่อย่าเข้าไปในมัน หมายถึง อย่าเอามาเป็นอารมณ์จนเสียศูนย์ ถอยออกมานิด แล้วมองเข้าไป จะเห็น ขบวนการแต้มแต่ง กระเย้อกระแหย่งกันน่าเหยียบ คิดในมุมกลับ แปลง วิกฤตินาฬิกา เป็นเหยื่อล่อ ก็ได้ผล บ้านเมืองที่เข้าใจว่าสงบ โยนนาฬิกาทดสอบตูมเดียว เหี้ยกรูออกมาเป็นฝูง!【อ่านข้อความเต็ม】
h0d | 2021-09-16 | อ่าน(759) | แสดงความคิดเห็น(465)
ส่วนสายบางใหญ่-กาญจนบุรี คาดปีแรกมีปริมาณจราจร 8-9 พันคันต่อวัน และมีอัตราเติบโต 2-3%โดยโครงการทั้ง2เส้นทาง จะแบ่งกรอบระยะเวลาการลงทุน 2 ระยะ โดยระยะที่ 1 เอกชนจะเป็นผู้ออกแบบ และลงทุนค่าก่อสร้างงานระบบและองค์ประกอบอื่นๆ ระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี 6 เดือน โดยทรัพย์สินที่เอกชนลงทุนก่อสร้างเป็นกรรมสิทธิ์ของกรมทางหลงวงระยะที่ 2 เอกชนดำเนินงานและบำรุงรักษาโครงการทั้งหมด ทั้งส่วนงานโยธาที่กรมทางหลวงเป็นผู้ลงทุนและงานส่วนที่เอกชนเป็นผู้ลงทุน โดยเอกชนเป็นผู้ดำเนนิการบริหารจัดเก็บค่าธรรมเนียมผ่านทางและมอบให้กรมทางหลวง ระยะเวลาสัญญาไม่เกิน 30 ปี นับแต่วันเปิดให้บริการ ซึ่งรายได้ค่าผ่านทางทั้งหมดจะเป็นกรรมสิทธิ์ของภาครัฐ【อ่านข้อความเต็ม】
rhb | 2021-09-16 | อ่าน(988) | แสดงความคิดเห็น(33)
เรื่อง ค่าแรงขั้นต่ำ นี่ เป็นปัญหาโลกแตกมาตลอด ลูกจ้าง ก็จะเอาแพงๆ นายจ้าง ก็จะจ่ายถูกๆ ก็มีเหตุผลด้วยกันทั้งสองฝ่าย แต่ถ้าถามว่าฝ่ายไหนผิด-ฝ่ายไหนถูก? ไม่รู้? รู้แต่ว่า เวลานี้ บริษัท-ห้างร้าน-ธุรกิจ-อุตสาหกรรมทั้งหลาย ต่างมีแผน ลดจ้าง-โละคน ออกเรื่อยๆ แต่งาน ไม่ลด ! เมื่องานไม่ลด แถมมีแต่เพิ่มขึ้น แล้วจะให้ใครทำงาน? คำตอบคือ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีไอที ที่จะเข้ามาแทน แทนคน ! เหตุผลชัด-ตรงตัว ลดต้นทุน หุ่นยนต์ไม่เรื่องมาก ไม่เรียกร้องโบนัส-เงินเดือน ไม่มีโอที ไม่ประท้วงหยุดงาน แถมควบคุมได้ทั้งปริมาณและคุณภาพ อุตสาหกรรมเกษตรและโรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูปเครือซีพีทุกวันนี้ ใช้ หุ่นยนต์ แทน คน มากขึ้น โรงงานผลิตอาหารสำเร็จรูปใหญ่ที่สุดในจีนของซีพี เนื้อที่มากกว่า ๔๒,๐๐๐ ตารางเมตร ผลิตตลอด ๒๔ ชั่วโมง ไม่ใช้คนเลย! โกดังสินค้าอาลีบาบา ของแจ๊ก หม่า กว้างใหญ่เป็นเมือง แต่ใช้คนแค่ ๓๐% ที่เหลืออีก ๗๐ ใช้หุ่นยนต์ ถ้าสังเกต ช่วงรอยต่อศตวรรษ จะเห็นบริษัทธุรกิจการค้าใหญ่ๆ ต่างประกาศแผน ลดคน ใช้หุ่นยนต์และระบบไอทีแทนเรื่อยๆ แม้แต่ในบ้านเรา หลายวันก่อน ผู้บริหารแบงก์ไทยพาณิชย์ นายอาทิตย์ นันทวิทยา ก็ประกาศปรับองค์กร รองรับกระแสดิจิทัล ขับเคลื่อนไทยพาณิชย์สู่ความเป็น The Most Admired Bank ด้วยแผน ๓ ปี ลดสาขาเหลือ ๔๐๐ จาก ๑,๑๕๓ สาขา ตั้งเป้าลดพนักงานเหลือ ๑๕,๐๐๐ คน จาก ๒๗,๐๐๐ คน หลายคนตกใจ นึกว่าการลดสาขา-ลดพนักงานหมายถึงแบงก์ไทยพาณิชย์สั่นคลอน ธุรกิจกินดอกเบี้ยเตี้ยลง พนักงานไทยพาณิชย์ก็ตกใจ แต่ไม่ได้ตกใจด้านนั้น หากแต่ตกใจด้วยกลัว ตกงาน ถึงขั้นประท้วง แต่ก็ ตกลง ได้ ด้วยเข้าใจกัน ลบแผนโละ แต่พนักงานต้อง สร้างศักยภาพ ตัวเอง รองรับเทคโนโลยีเปลี่ยนโลกด้วย! ที่หยิบเรื่องนี้มาคุย เหตุผลแรก คือ โลกมันหมุน ถ้าเราอยากอยู่กับโลกให้สุข ก็ต้องหมุนไปกับโลก คือวันนี้ ถึงยุคเทคโนโลยีไอทีครองโลก ถ้าเราอยากมีงาน มีเงินจากงาน มีความลงตัวในการใช้ชีวิตร่วมสังคมโลก ก็ต้องเรียนรู้-พัฒนาให้เข้ากับยุค อย่าอ้างวัยเพื่อเลี่ยงการเรียนรู้ พูดง่ายๆ ต้อง อัพเกรด ตัวเอง สู่ยุคไอทีด้วย ที่ นายกฯ ประยุทธ์ วางแนวสร้างศักยภาพประเทศ ด้วยยุทธศาสตร์ ๔๐ นั่น ถูกแล้ว เมื่อโลกเขาลัดนิ้วมือไปด้วยไอที และเราวางตำแหน่งประเทศเป็นเมืองท่องเที่ยว เป็นประเทศอุตสาหกรรมเกษตรส่งออก อุตสาหกรรมเครื่องจักร และปิโตรเคมีและสังสรรค์-สโมสรร่วมประชาคมโลกทุกรูปแบบอย่างทุกวันนี้ ก็จำเป็น ต้อง หมุนตามโลก ไปกับเขา! กรณีแบงก์ไทยพาณิชย์ ผมจึง มองต่าง ในทันทีที่เห็นข่าว คือขณะที่คนอื่น มอง มุมลบ ผมกลับเห็นการ ลดสาขา-ลดพนักงาน ว่านั่น เป็นวิสัยทัศน์ของคณะบริหารไทยพาณิชย์ สมัยก่อน แต่ละแบงก์ จะใหญ่-จะโต จะมีหน้า-มีตา วัดกันตรงใครมีสาขาครอบคลุมแต่ละพื้นที่ประเทศมากกว่ากัน เพราะยุคนั้น สลึงหนึ่ง บาทหนึ่ง คนก็ต้องหอบสังขารไปแบงก์ แต่ยุคไอที มีตู้ ATM ให้ฝาก-ถอน-โอน-กู้ ริมถนน ตามห้าง ตามชุมชน ตลอด ๒๔ ชั่วโมง สำนักงานสาขา กลายเป็นตัวเทอะทะ สร้างภาระ เพิ่มค่าใช้จ่าย เปลืองคนโดยเปล่าประโยชน์ ยุคนี้ คนเดินห้าง เดินถนน มากกว่าคนเดินไปแบงก์ ฉะนั้น เอาตู้ ATM ติดตามชุมชน เช่าพื้นที่ห้าง กั้นห้อง ใช้คนไม่กี่คน ลดรายจ่าย-เพิ่มกำไร ให้แบงก์อีกจมหู เหลือสำนักงานสาขาไว้ทำธุรกรรมระดับพันล้าน-หมื่นล้านในจุดจำเป็น เหลือเฟือแล้ว วงจรธุรกิจการเงิน-การธนาคาร นับวันจะเปลี่ยนอุปสงค์-อุปทาน และรูปแบบธุรกรรมก็ไม่เหมือนเดิม ผมจึงมองว่า การประกาศวิสัยทัศน์ของไทยพาณิชย์วันก่อน ไม่ใช่ ถอยหลัง หากแต่เป็นการ ตั้งตัว ทะยานรับโลกยุคดิจิทัลมากกว่า! ไทยเรา ตั้งเข็มทิศ ทางไปทางนั้นอยู่แล้ว เห็นได้จากโมเดลประเทศ ๔๐ อุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม -กลุ่มอุปกรณ์อัจฉริยะ หุ่นยนต์ และระบบเครื่องกล ที่ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ควบคุม -กลุ่มดิจิทัล เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ที่เชื่อมต่อการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ ปัญญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยีสมองกลฝังตัว เป็น ๒ ใน ๕ กลุ่ม ที่รัฐบาล คสช ทำให้เกิด ในโครงการอีอีซี อันเป็นโครงการต่อยอดโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ด ที่ทำให้ไทยโชติช่วงชัชวาลในสมัยป๋าเปรม ฉะนั้น ทั้งภาคธุรกิจและภาคประชาชน ถ้าไม่ต้องการตกอยู่ในภาวะกระเสือก-กระสน ก็ต้อง สน เพื่อปรับธุรกิจและพัฒนาศักยภาพบุคคลไปอยู่ในจุดนั้น นี่คือการอยู่ดูโลกให้มันโศภิน แต่ถ้าไม่ต้องการ อยากอยู่กับโลกเดิมๆ ที่ชิน ก็ไม่เป็นไร ถ้ามั่นใจว่า ทรัพย์สินเงินทองเท่าที่สะสมไว้ แก่ตายก็ใช้ไม่หมด นั่นก็ไม่ต้องไปถวายตัวเป็นทาสไอทีก็ได้ เอาเงินไปซื้อหุ่นยนต์ซักตัว มาเป็นหมอนวด ไปซื้อโอเลี้ยงปากซอย สบายมาก! ทีนี้ มาคุยกันถึง เหตุผลที่ ๒ ในยุค หุ่นยนต์-ไอที มาแทนคน คือหลายวันก่อน มีโอกาสพบ คุณบรรพต หงษ์ทอง มือสร้างตลาดสินค้าส่งออก ยุคเป็นอธิบดีอยู่พาณิชย์ แต่ไพล่ไปเป็นปลัดเกษตรฯ ท่านปรารภว่า เห็นหุ่นยนต์และไอทีทำงานแทนคนมากขึ้นเรื่อยๆ ใจหนึ่ง ก็เข้าใจด้านยุคสมัยที่พัฒนาไป แต่อีกใจก็ห่วง คนใช้แรงงาน เมื่อเทคโนโลยีมาแทนที่ มนุษย์ที่เคยมีรายได้ เพื่ออยู่-เพื่อกิน-เพื่อเลี้ยงครอบครัว จะทำอย่างไรกัน? นายกฯ ประยุทธ์ มุ่งยุทธศาสตร์นวัตกรรม ก็เห็นด้วย แต่อยากฝากท่านนายกฯ ช่วยคิด-ช่วยหาทาง เผื่อกลุ่มคนระดับแรงงานที่จะกลายเป็น มนุษย์ส่วนเกิน ในยุค หุ่นยนต์-ไอที ให้ด้วย เพราะคนกลุ่มนี้ เพิ่มศักยภาพตามยุคไม่ทันแน่ แล้วจะให้พวกเขาไปทำมาหากินอะไร? ไปทำไร่-ทำนา พูดง่าย แต่ทำยาก และใช่ว่ามีพื้นที่เหลือเฟือให้เขาเลือกไปทำกิน คนว่างงาน จะกลายเป็น ปัญหาย้อนศร สังคม สินค้าหุ่นยนต์ผลิตออกมา จะไปขายให้ใคร ในเมื่อ กำลังซื้อของคนส่วนใหญ่ในสังคม ล้วนซีด เพราะไร้งาน-ไร้เงิน!? ปัญหา เศรษฐกิจ-สังคม ดูไปเหมือน ลูกรูบิก หมุนแถบสีด้านนี้เรียงเสร็จ พลิกอีกด้านอ้าว หน้าด่าง-ต่างสีกันซะแล้ว! การพัฒนาใช้หุ่นยนต์แทนคน มันก็โอเค แต่คนที่ถูกหุ่นยนต์แทนที่ล่ะ โอเคมั้ย? ตรงนี้ รัฐบาลต้องคิด หาแผน-หาทาง รองรับไว้ด้วย ชะล่าใจไม่ได้ เพราะไอทีมันมาเร็ว ต่างกับคน ที่รายได้มาช้า แต่หิวเร็ว-โกรธเร็ว! เรื่องการเมืองตอนนี้น่ะ อยู่กับมันได้ แต่อย่าเข้าไปในมัน หมายถึง อย่าเอามาเป็นอารมณ์จนเสียศูนย์ ถอยออกมานิด แล้วมองเข้าไป จะเห็น ขบวนการแต้มแต่ง กระเย้อกระแหย่งกันน่าเหยียบ คิดในมุมกลับ แปลง วิกฤตินาฬิกา เป็นเหยื่อล่อ ก็ได้ผล บ้านเมืองที่เข้าใจว่าสงบ โยนนาฬิกาทดสอบตูมเดียว เหี้ยกรูออกมาเป็นฝูง!【อ่านข้อความเต็ม】
dbl | 2021-09-16 | อ่าน(391) | แสดงความคิดเห็น(174)
ครมรับทราบการปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ 5-22 บาทต่อวัน มีผล 1 เมย61 หลายหน่วยงานร่วมออก 3 มาตรการ บรรเทาผลกระทบเอสเอ็มอี ด้านนายกฯ สั่งกำชับดูแลราคาสินค้าห้ามแพงเกินจริง นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม) รับทราบการกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำตามที่คณะกรรมการค่าจ้างประกาศให้ปรับเพิ่มขึ้น 8-20 บาทต่อวัน หรือตั้งแต่ 308-330 บาทต่อวัน มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2561 ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงออก 3 มาตรการบรรเทาผลกระทบผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เพราะเห็นว่าสัดส่วนที่ปรับเพิ่มขึ้นเอกชนรายใหญ่ยังพอรับภาระได้ ข้อเสนอดังกล่าวเป็นความเห็นจากทั้ง 3 ฝ่ายได้ข้อยุติร่วมกัน โดยที่ประชุม ครมไม่ได้ปรับแก้ไขตัวเลขแต่อย่างใด แม้จะมีกระแสข่าวว่าเคยเสนอปรับเพิ่ม 5-22 บาท สำหรับกระทรวงการคลังออกมาตรการภาษีเพื่อบรรเทาผลกระทบจากการปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ กำหนดให้นายจ้างนำรายจ่ายค่าจ้างรายวันที่จ่ายให้ลูกจ้างมาหักลดหย่อนภาษีในการคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้ 115 เท่า จากมาตรการเดิมหักลดหย่อน 1 เท่า บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมย-31 ธค61 โดยมีเงื่อนไขคือ บริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีรายได้จากการขายสินค้าและให้บริการในรอบระยะเวลาบัญชีไม่เกิน 100 ล้านบาท และมีการจ้างแรงงานไม่เกิน 200 คน รวมทั้งอัตราค่าจ้างรายวันที่จ่ายจะต้องสูงกว่าอัตราค่าจ้างรายวันเดิม มาตรการดังกล่าวรัฐบาลเสียรายได้ 5,400 ล้านบาทต่อปี แต่จะเป็นการลดภาระรายจ่ายและเพิ่มการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี นับว่าเป็นการช่วยลดภาระคนละครึ่งระหว่างเอกชนและรัฐบาลประมาณ 9-10 บาท ส่วนกระทรวงอุตสาหกรรมออกมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการบริหารธุรกิจเอสเอ็มอี ในการลดผลกระทบจากการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ หวังให้เอสเอ็มอีสามารถดำเนินธุรกิจต่อไป โดยมีผลิตภาพเพิ่มขึ้น สามารถลดค่าใช้จ่ายของกิจการ เพื่อไปชดเชยภาระค่าแรงที่เพิ่มขึ้น เพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้มีขีดความสามารถในการดำเนินธุรกิจ กำหนดระยะเวลาดำเนินโครงการปี 61-63 ใช้งบประมาณรวม 5,000 ล้านบาท โดยปี 61 จะเริ่มตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-กันยายน ใช้งบประมาณ 500 ล้านบาท ปี 62 ใช้งบ 2,500 ล้านบาท และปี 63 ใช้งบ 2,000 ล้านบาท ด้วยการส่งคณะทำงาน ประกอบด้วย ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคการศึกษา และสถาบันการเงิน ที่มีบทบาทหน้าที่ส่งเสริมเอสเอ็มอี ลงพื้นที่เพื่อวิเคราะห์สภาพปัญหา กำหนดแนวทาง และหลักเกณฑ์ผู้เข้าร่วมโครงการ ทั้งนี้ จะเปิดรับสมัครและคัดเลือกสถานประกอบการเข้าร่วมโครงการ พร้อมจัดสัมมนาชี้แจงแนวทางการดำเนินการ, จัดทำฐานข้อมูลโครงการ, สำรวจสถานประกอบการ ตลอดจนจัดฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ ทั้งนี้เบื้องต้นกำหนดเอสเอ็มอีเป้าหมาย โดยจังหวัดขนาดใหญ่ 25 จังหวัด จังหวัดละ 100 กิจการ, จังหวัดขนาดกลาง 33 จังหวัด จังหวัดละ 60 กิจการ และจังหวัดขนาดเล็ก 19 จังหวัด จังหวัดละ 28 กิจการ ทั้งนี้กระทรวงอุตสาหกรรมคาดว่าการปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำปี 61 จะกระทบทางตรงต่อต้นทุนของเอสเอ็มอีเพิ่มขึ้นร้อยละ 05-1 ของต้นทุนทั้งหมด แต่เอสเอ็มอีที่เข้าร่วมโครงการจะสามารถลดต้นทุนได้ร้อยละ 10 เพื่อช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายหรือลดต้นทุนได้ 3-5% ของต้นทุนรวมทั้งหมด คาดว่าภายใน 3 ปี มีกลุ่มเป้าหมายเอสเอ็มอี 50,000 กิจการ และบุคลากรเอสเอ็มอีได้รับการถ่ายทอดความรู้ 250,000 คน สำหรับมาตรการที่ 3 สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ออกมาตรการลดผลกระทบจากการลดการใช้แรงงาน โดยแบ่งเป็น 2 มาตรการ คือ มาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตเพื่อปรับเปลี่ยนเครื่องจักร โดยสามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ 50% ของราคาเครื่องจักร และการปรับปรุงมาตรการให้สิทธิและประโยชน์เพิ่ม เพื่อพัฒนาความสามารถจากการแข่งขันเดิมของปี 57 โดยจะขยายให้ครอบคลุมการอบรมบุคลากรให้มีทักษะเพิ่มขึ้น โดยการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ 2 เท่า ของเงินลงทุนหรือค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเป็นระยะเวลา 3 ปี มาตรการลงทุนจากเดิมช่วยเหลือด้านวิจัยและพัฒนา เทคโนโลยีชั้นสูง วัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ ขยายเพิ่มเป็นด้าน Big Data, Internet ได้รับยกเว้นภาษี 2 เท่าเช่นเดียวกัน นายณัฐพรกล่าวว่า เรื่องนี้ พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กำชับในที่ประชุม ครม มอบหมายให้หน่วยงานต่างๆ เร่งหามาตรการช่วยเหลือร้านค้าและผู้ประกอบการขนาดเล็ก เพื่อลดผลกระทบที่จะได้รับจากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ก่อนการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำจะมีผลบังคับใช้ไม่ให้ฉวยโอกาสเพิ่มราคาสินค้าสูงเกินจริง เพราะค่าแรงปรับเพิ่มขึ้นสัดส่วนน้อยมาก เพื่อไม่ให้ผู้บริโภคได้รับผลกระทบ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับมติการปรับขึ้นค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ แบ่งเป็น 7 ระดับ 1เป็นการปรับใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ นราธิวาส ยะลา และปัตตานี อัตราขั้นต่ำอยู่ที่ 308 บาท 2ปรับขึ้นจำนวน 22 จังหวัด ได้แก่ สิงห์บุรี ลำพูน สุโขทัย กำแพงเพชร พิจิตร อุทัยธานี ศรีสะเกษ ตาก ชัยภูมิ อำนาจเจริญ แพร่ ราชบุรี ระนอง มหาสารคาม ชุมพร สตูล ตรัง แม่ฮ่องสอน เชียงราย ลำปาง นครศรีธรรมราช และหนองบัวลำภู อัตราขั้นต่ำอยู่ที่ 310 บาท 3ปรับขึ้น 21 จังหวัด ได้แก่ ร้อยเอ็ด นครสวรรค์ พัทลุง อุตรดิตถ์ อุดรธานี นครพนม สุรินทร์ เพชรบุรี พิษณุโลก เพชรบูรณ์ ชัยนาท เลย ยโสธร พะเยา บึงกาฬ กาญจนบุรี อ่างทอง สระแก้ว ประจวบคีรีขันธ์ บุรีรัมย์ และน่าน อัตราขั้นต่ำอยู่ที่ 315 บาท 4ปรับขึ้น 7 จังหวัด ได้แก่ สมุทรสงคราม สกลนคร มุกดาหาร นครนายก กาฬสินธุ์ ปราจีนบุรี และจันทบุรี อัตราขั้นต่ำอยู่ที่ 318 บาท 5ปรับขึ้น 14 จังหวัด ได้แก่ อุบลราชธานี สระบุรี พระนครศรีอยุธยา หนองคาย ลพบุรี ขอนแก่น กระบี่ นครราชสีมา พังงา เชียงใหม่ สุพรรณบุรี สงขลา สุราษฎร์ธานี และตราด เป็นต้น อัตราอยู่ที่ 320 บาท 6ปรับขึ้น 7 จังหวัด อาทิ กทม นนทบุรี ฉะเชิงเทราสมุทรปราการ สมุทรสาคร ปทุมธานี และนครปฐม เป็นต้นอัตราขั้นต่ำอยู่ที่ 325 บาท 7ปรับขึ้น 3 จังหวัด ได้แก่ ภูเก็ต ชลบุรี และระยอง อัตราขั้นต่ำอยู่ที่ 330 บาท โดยค่าเฉลี่ยทั้ง 77 จังหวัดโดยมีการปรับค่าแรงต่ำสุด 5 บาท และสูงสุด 22 บาท ซึ่งค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 31597 บาท【อ่านข้อความเต็ม】
11v | 2021-09-16 | อ่าน(294) | แสดงความคิดเห็น(534)
บ่าย ไร่ชา 2000 อยู่ทางซ้ายมือก่อนถึงบ้านนอแล ชมบรรยากาศของแปลงชาที่ปลูกไล่ระดับตามความชันของภูเขา รายล้อมด้วยสายหมอกและขุนเขา, ภายในหมู่บ้านนอแล มีการปลูกสตรอว์เบอร์รีตามบันไดไล่ระดับกันลงมา, สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง ชมความงามของดอกไม้นานาชนิดที่บานสะพรั่งทั่วทั้งดอย มีดอกซากุระสายพันธุ์แท้ รวมทั้งดอกนางพญาเสือโคร่ง ที่ปลูกรายล้อมสองข้างทาง เป็นอีกหนึ่งสถานที่แห่งความโรแมนติกที่ห้ามพลาดเส้นทางที่ 3 ตามรอยรัก รากนครา ช่วงเช้าเริ่มจาก ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงขุนวางแหล่งปลูกนางพญาเสือโคร่งมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ชมถนนสีชมพูในขุนเขา พบกับพันธุ์ไม้เมืองหนาวนานาชนิด ที่พร้อมใจกันออกดอกบานสะพรั่ง ชมดอกกุหลาบพันปีในช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์บริเวณลานผาแง่ม และสถูปจำลองของเจ้าแม้นเมือง ในละครรากนครา, สถานีเกษตรหลวงอินทนนท์ ชมสวนแสดงพันธุ์ไม้ดอกเมืองหนาวนานาชนิด สวนรวบรวมพันธุ์เฟิร์นทั้งของไทยและต่างประเทศ โรงเรือนจัดแสดงพันธุ์พืชกินสัตว์ และผักไฮโดรโปนิกส์ช่วงบ่ายไปที่ ดอยอินทนนท์ สัมผัสสายหมอก และไอเย็น ณ จุดสูงสุดของประเทศไทย และชมแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ อาทิ พระมหาธาตุนภเมทนีดล พระมหาธาตุนภพลภูมิสิริ เดินศึกษาเส้นทางธรรมชาติกิ่วแม่ปาน เส้นทางศึกษาธรรมชาติอ่างกาเส้นทางที่ 4 เที่ยวอินดี้ วิถีชุมชน เช้าเริ่มต้นที่ ชุมชนโหล่งฮิมคาว ชมวิถีชีวิตของชุมชนเล็กๆ ริมแม่น้ำคาว แหล่งรวมของศิลปินแขนงต่างๆ ของเมืองเชียงใหม่ จากนั้นเลือกชมเลือกชื้อสินค้าหัตถกรรม งานฝีมือจากชุมชนโหล่งฮิมคาวได้ที่ ตลาดฉำฉา ซึ่งจะจัดทุกวันเสาร์ เวลา 0900-1400 น, ยังมี พิพิธภัณฑ์ใหม่เอี่ยม พิพิธภัณฑ์ร่วมสมัยแห่งใหม่ของจังหวัดเชียงใหม่ ก่อตั้งโดยตระกูลบุนนาค และเบอร์เดอเลย์ นำเสนอผลงานศิลปะร่วมสมัยของศิลปินชั้นนำ และศิลปินรุ่นใหม่หลายท่านบ่ายไปที่ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงตีนตก พักรับประทานอาหารกลางวัน ซึ่งวัตถุดิบส่วนใหญ่มาจากโครงการหลวง หรือนั่งจิบกาแฟท่ามกลางบรรยากาศที่ร่มรื่นด้วยต้นไม้เขียวขจี และเสียงน้ำตกที่ไหลผ่านโครงการตลอดทั้งปี และ ชุมชนแม่กำปอง ชมวิถีชีวิตของชุมชนแม่กำปอง หมู่บ้านเล็กๆ กลางหุบเขาที่มีอากาศเย็นตลอดทั้งปี มีลำธารใสเย็นไหลผ่านตลอดหมู่บ้าน จะไปเที่ยวแบบไปกลับ หรือค้างคืนที่โฮมสเตย์ของชาวชุมชนก็ได้ปิดท้ายด้วยเส้นทางที่ 5 : หยิบหมอก หยอกลมหนาว ช่วงเช้าไปที่ วัดป่าดาราภิรมย์ พระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมล้านนาที่สวยงาม และได้รับคัดเลือกให้เป็นสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดเชียงใหม่แห่งที่ 1, สวนพฤกษศาสตร์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ชมการจัดแสดงพรรณไม้นานาชนิดที่ออกดอกในช่วงหน้าหนาว เดินชม Canopy Walkway ทางเดินลอยฟ้าเหนือเรือนยอดไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย, ม่อนแจ่ม ชมวิวภูเขาที่อยู่ล้อมรอบแบบพาโนรามา รายล้อมไปด้วยแปลงดอกไม้เมืองหนาวหลากสีสันบ่าย ขับรถไปเส้นทางแม่ริม-สะเมิง เข้าไปเที่ยวชม ไร่สตรอว์เบอร์รีสะเมิง แหล่งปลูกสตรอว์เบอร์รีที่ใหญ่ที่สุดในไทย ชิมสตรอว์เบอร์รีหวานฉ่ำ ท่ามกลางวิวภูเขาล้อมรอบ, ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงทุ่งเริง แหล่งรวบรวมกุหลาบหลากหลายสายพันธุ์ นั่งรับประทานอาหารซึ่งวัตถุดิบส่วนใหญ่มาจากโครงการหลวง จิบชาสมุนไพรร้อนๆ ท่ามกลางสวนกุหลาบตกแต่งสไตล์อังกฤษ ทททต้องการให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาได้ประสบการณ์ใหม่ที่ไม่เหมือนเดิม ยกตัวอย่างเช่นไปดอยอินทนนท์ ไม่ใช่ไปดูแค่บรรยากาศ ดูเมฆ ดูหมอกฤดูหนาว แต่ยังได้สัมผัสเส้นทางการศึกษาทางธรรมชาติ อาหาร ศิลปะ หรืออย่างเช่นเลือกไปเที่ยวเส้นทางของวัด นอกจากชมวัด ยังได้ตามรอยสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์ หรือว่าท่องเที่ยววิถีชุมชน ฯลฯ ซึ่งเชื่อว่า 5 เส้นทางเหล่านี้จะสร้างความสุขและความประทับใจครั้งใหม่ได้อย่างแน่นอน ผู้อำนวยการ ททท สำนักงานเชียงใหม่ กล่าวปิดท้ายสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ททท สำนักงานเชียงใหม่ โทร 0-5324-8604, 0-5324-8607 และความเคลื่อนไหวด้านการท่องเที่ยวได้ทาง wwwtourismchiangmaiorg หรือ Facebook : TAT Chiang Mai หรือ โทร 1672 เบอร์เดียวเที่ยวทั่วไทย สรณะ รายงาน 【อ่านข้อความเต็ม】
xxt | 2021-09-15 | อ่าน(939) | แสดงความคิดเห็น(15)
ส่วนผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ นั้น ศาลปกครองสูงสุดเห็นว่า แม้นายกรัฐมนตรีจะเป็นหัวหน้ารัฐบาลที่มีอำนาจหน้าที่บังคับบัญชาข้าราชการฝ่ายบริหารทุกตำแหน่ง และการกระทำละเมิดดังกล่าวจะเป็นผลสืบเนื่องมาจากมติคณะรัฐมนตรีที่ให้มีการจัดประชุมแถลงนโยบายที่รัฐสภา แต่มติดังกล่าวก็เป็นไปตามปกติเพื่อให้การแถลงนโยบายของรัฐบาลดำเนินการไปได้เท่านั้น โดยปรากฏตามเอกสารมติคณะรัฐมนตรีว่า ประธานรัฐสภาได้มีหนังสือนัดประชุมแล้วหากมีเหตุการณ์ความไม่สงบเรียบร้อยและเป็นอุปสรรคต่อการประชุม หน่วยงานที่มีหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เช่นผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ สมควรติดตามสถานการณ์และเตรียมการเพื่อป้องกันแก้ไขปัญหา หากจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงกำหนดนัดหรือสถานที่ประชุมทางรัฐสภาคงต้องปรึกษาหารือกันแล้วแจ้งคณะรัฐมนตรีทราบ และมีมติมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีติดตามตรวจสอบสถานการณ์และกำกับดูแลการรักษาความสงบเรียบร้อย โดยประสานสั่งการผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ หน่วยงานและบุคคลที่เกี่ยวข้อง นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีจึงไม่ได้กำหนดขั้นตอนและวิธีการในการสลายการชุมนุมแต่อย่างใด การกำหนดขั้นตอนและวิธีการในการสลายการชุมนุมเพื่อเปิดทางให้มีการประชุมแถลงนโยบายจึงอยู่ภายใต้อำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๑ ที่มีอำนาจหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อยและมีระเบียบกฎหมายกำหนดขั้นตอนวิธีการปฏิบัติหน้าที่ที่กำหนดไว้เป็นการเฉพาะ อีกทั้งเมื่อเริ่มมีการประชุมแล้วและเกิดความเสียหาย ย่อมเป็นอำนาจของประธานรัฐสภาที่จะสั่งให้ปิดประชุมเพื่อยุติเหตุการณ์หรือไม่ มิใช่อำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีแต่อย่างใด ดั้งนั้น นายกรัฐมนตรีและเจ้าหน้าของผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ จึงไม่ได้กระทำละเมิดที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ ๒ หรือหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องจะต้องรับผิดแต่อย่างใด【อ่านข้อความเต็ม】
1pz | 2021-09-15 | อ่าน(303) | แสดงความคิดเห็น(833)
นายวีระ กล่าวว่า นอกจากนี้ พบว่า ปัจจุบันมีชาวต่างชาติเข้ามาอยู่อาศัยในอาคารชุดจำนวนมากขึ้น หลายคนไม่เข้าใจวิถีชีวิต วัฒนธรรม ระเบียบปฏิบัติ หลักเกณฑ์ของการเข้าพักอาศัยในอาคารชุด ดังนั้น ที่ประชุมจึงสรุปข้อคิดเห็นของทุกฝ่าย ซึ่งเห็นตรงกันว่า การอยู่ร่วมกันในอาคารชุด ประชาชนควรยึดถือปฏิบัติตามวัฒนธรรมไทย มีมารยาทไทย มีน้ำไมตรีและมีระเบียบวินัย ทั้งนี้ ในส่วน วธ เสนอให้เพิ่มเติมเรื่องมาตรการรักษาความปลอดภัย การซ้อมหนีไฟ รวมถึงสนับสนุนการจัดกิจกรรมร่วมกันในอาคารชุด เช่น การทำบุญตักบาตร กิจกรรมวันสำคัญทางศาสนา เพื่อให้ผู้อยู่อาศัยมีปฏิสัมพันธ์กัน โดย วธ พร้อมให้การสนับสนุนข้อมูลและวิทยากรผู้มีความรู้เพื่อถ่ายทอดแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้อง ขณะที่คอนโดเปิดใหม่เสนอว่า จะสนับสนุนการจัดตลาดนัดศิลปะ ของแต่งบ้าน ตลาดต้นไม้ เพื่อนำไปประดับห้อง รวมทั้งสนับสนุนจัดการเรียนการสอนดนตรีไทย การแสดงศิลปวัฒนธรรมให้แก่เยาวชนด้วย 【อ่านข้อความเต็ม】
dt1 | 2021-09-15 | อ่าน(441) | แสดงความคิดเห็น(504)
วันที่30 มค ณ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (กรม สบส) กระทรวงสาธารณสุข(สธ)มีการประชุมเชิงปฏิบัติการ เรื่อง การดำเนินงานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พศ2558 สู่การปฏิบัติ โดย ทพอาคม ประดิษฐสุวรรณ ผอสำนักสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ กล่าวว่า พรบคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ พศ2558 มีการประกาศใช้ตั้งแต่ 30 กค2558 เพื่อช่วยให้คู่สมรสที่ถูกต้องตามกฎหมายได้มีบุตรตามต้องการ และควบคุมการศึกษาวิจัยมิให้มีการนำไปใช้ในทางที่ไม่ถูกต้อง โดยคณะกรรมการคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ (กคทพ) มี สบส ทำหน้าที่เป็นเลขาฯ นับตั้งแต่มีการประกาศใช้ ได้พิจารณาเรื่องขออนุญาตให้ตั้งครรภ์แทนเสร็จสิ้นแล้ว 157 คู่ โดยอนุญาต 149 คู่ (ร้อยละ 95) ในจำนวนนี้มีรายงานการคลอดแล้ว 12 คู่ และไม่อนุญาต 8 คู่ (ร้อยละ 5) เนื่องจากคุณสมบัติของหญิงตั้งครรภ์ หรือผู้บริจาคไข่ ไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และขณะนี้มีสถานพยาบาลที่ให้บริการเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ฯ มากถึง 75 แห่งทั้งรัฐและเอกชนกระจายอยู่ในทุกภาคทั่วประเทศ【อ่านข้อความเต็ม】
jhl | 2021-09-15 | อ่าน(745) | แสดงความคิดเห็น(114)
ทลายกำแพง3สถาบัน จุฬา-สจล-CMKL ทำหลักสูตร2ปริญญา 31 มกราคม พศ 2561 เวลา 07:24 นจุฬาฯ 0 สจล-จุฬาฯ-CMKL ทลายกำแพงสร้างหลักสูตร ปตรีสองปริญญาข้ามสถาบันด้านวิศวกรรมหุ่นยนต์ ไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ครั้งแรกของไทย หวังตอบโจทย์ประเทศด้านไซเบอร์ แก้วิกฤตขาดแคลนบุคลากร ตั้งคณะกก 3 ฝ่าย ทำหลักสูตร คาดรับ นศรุ่นแรกปีการศึกษา 61 หมุนเวียนเรียนสองสถาบัน ลดวิชาบรรยาย เน้นลงมือทำ【อ่านข้อความเต็ม】
r1f | 2021-09-14 | อ่าน(567) | แสดงความคิดเห็น(815)
จากการหารือดังกล่าวผู้ประกอบกิจการยินดีที่ วธเข้ามาเป็นสื่อกลางสร้างวัฒนธรรมการอยู่อาศัยของคนยุคปัจจุบัน โดยแต่ละแห่งจะกลับไปประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจกับลูกบ้าน พร้อมจัดทำหลักเกณฑ์พักอาศัยร่วมกันอย่างมีความสุข ขณะที่ วธจะนำผลการระดมความคิดเห็นของผู้ประกอบกิจการมาจัดทำเป็นหลักเกณฑ์กลาง และเปิดประชาพิจารณ์อย่างกว้างขวาง ก่อนจัดทำเป็นหลักเกณฑ์กลางพร้อมรณรงค์อย่างจริงจัง จากนั้นจะแต่งตั้งคณะกรรมการลงพื้นที่ติดตามประเมินผลการดำเนินงานวัฒนธรรมการอยู่อาศัยในคอนโดเพื่อประกวดและมอบรางวัลคอนโดต้นแบบอยู่ดีมีความสุขแห่งปี เพื่อดึงดูดให้ผู้ประกอบการอาคารชุดต่างๆ ขยายสร้างวัฒนธรรมอยู่อาศัยอย่างยั่งยืน นายวีระ กล่าว【อ่านข้อความเต็ม】
xpt | 2021-09-14 | อ่าน(86) | แสดงความคิดเห็น(670)
ประกาศรายชื่อ 30 ขุนพลลูกหนังธรรมศาสตร์ ชุดฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ครั้งที่ 72 ก่อนไปปักหลักติวเข้มที่ กิเลนวัลเล่ย์ เขาใหญ่ เพื่อกลับมาลุ้นแชมป์สมัยที่สามติดต่อกัน ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์นี้ ที่สนามศุภชลาศัย【อ่านข้อความเต็ม】
5 หน้า

ลิงค์ที่เป็นมิตรเวลาปัจจุบัน:2021-09-17

ufa ยู ส เก่า แลก ยู ส ใหม่1️⃣M98| 22pgslot1️⃣LOOK618| betg11 เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618| slotxo 888th1️⃣LOOK618| หมุน วง ล้อ slotxo1️⃣LOOK618| เว็บ สล็อต ถอน ไม่มี ขั้น ต่ํา1️⃣M98| slot 22 th1️⃣M98| slot เว็บ ตรง1️⃣LOOK618| sanook 1681️⃣LOOK618| เซ็กซี่ บา คา ร่า 991️⃣M98| joker ฝาก 10 รับ 100 ล่าสุด1️⃣LOOK618| รวม ฝาก 10 รับ 100 วอ เลท xo 1️⃣2021| slot ลอง เล่น 1️⃣2021| เกมส์ สล็อต โจ๊ก เกอร์ 8881️⃣LOOK618| www771️⃣LOOK618| ลิงค์ โหลด เกม http www king189 com download 1️⃣2021| มาเฟีย 123 สล็อต 1️⃣2021| ufa jackpot1️⃣LOOK618| สล็อต เครดิต ฟรี 200 ไม่ ต้อง แชร์1️⃣LOOK618| pg ฝาก 50 รับ 2501️⃣LOOK618| สล็อต 988 1️⃣2021| สล็อต 888 คา สิ โน ออนไลน์ 1️⃣2021| สล็อต bkk1️⃣M98| joker782 club 1️⃣2021| sbobet123vip1️⃣M98| xo6 slot1️⃣LOOK618| slotxo เว็บ ตรง 1️⃣2021| สล็อต ไม่มี ขั้น ต่ํา ฟรี โบนัส 20181️⃣M98| วิธี เล่น เกม บา คา ร่า1️⃣LOOK618| jack88 เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618| เล่น เกม ได้ เงิน เครดิต ฟรีKeyword1️⃣LOOK618| เครดิต 501️⃣LOOK618| asetzone เครดิต ฟรี jili 1️⃣2021| เกม ออนไลน์ joker1️⃣LOOK618| joker99th game1️⃣LOOK618| ufabet โปร ฝาก 20 รับ 1001️⃣M98| สล็อต mfgame881️⃣LOOK618| เครดิต ฟรี 6661️⃣LOOK618| bethub3651️⃣LOOK618| เว็บ คา สิ โน ออนไลน์ เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618| ทดลอง เล่น เกม ฟรี1️⃣M98| panda 777slot1️⃣LOOK618| sagame1688 pantip1️⃣LOOK618| b2y บา คา ร่า1️⃣M98| ufa pg1️⃣M98| เกม สล็อต ได้ เงิน1️⃣LOOK618| สมัคร สล็อต pp 1️⃣2021| sa game 6661️⃣LOOK618| jokergame 3691️⃣LOOK618| joker th888 1️⃣2021| เครดิต ฟรี 10 ได้ 100 1️⃣2021| โจ ก เกอร์ 8881️⃣LOOK618| หมุน วง ล้อ slotxo1️⃣LOOK618| ambbet9991️⃣LOOK618| แจก เครดิต ฟรี 100 ไม่ ต้อง ฝาก 2021 1️⃣2021| ดาว โหลด scr918kiss1️⃣M98| เว็ ป โจ้ ก เกอร์1️⃣M98| ipro191 1️⃣2021| เกม ยิง ปลา ฟรี pc1️⃣LOOK618| ฝาก 30 รับ 100 ถอน ไม่ อั้น pg 1️⃣2021| slot joker 7771️⃣M98| เว็บ บา คา ร่า 9991️⃣M98| เครดิต ฟรี 20 1️⃣2021| ลัก กี้ คา สิ โน 777 1️⃣2021| 35slot pg 1️⃣2021| xo888th เข้า สู่ ระบบ1️⃣LOOK618| เครดิต ฟรี 661️⃣M98| สล็อต j9 1️⃣2021| แจก เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก ก่อน1️⃣M98| ฝาก 1 รับ 991️⃣LOOK618| joker ฝาก 50 รับ 1501️⃣LOOK618| เล่น สล็อต 1️⃣2021| คา สิ โน ออนไลน์ 7771️⃣LOOK618| เว็บ ฝาก เงิน ออ โต้ 1️⃣2021| เกม เล่น เงิน จริง 1️⃣2021| เครดิต ฟรี 2020 ไม่ ต้อง ฝาก ไม่ ต้อง แชร์ แค่ สมัคร1️⃣LOOK618| m v8abc 1️⃣2021| ufabet911 เครดิต ฟรี 1️⃣2021| ufabet888 เครดิต ฟรี 1️⃣2021| vip168sa1️⃣M98| เว็บ บอล ฝาก ถอน ผ่าน ท รู วอ เลท1️⃣LOOK618| xo888th เข้า สู่ ระบบ1️⃣LOOK618| ทดลอง เกม สล็อต ค่าย pg1️⃣M98| ลิ้ ง ดาว โหลด 918kiss1️⃣M98| บา คา ร่า urowow1️⃣M98| ทดลอง เล่น pg ใหม่ 1️⃣2021| ค่าย โจ๊ก เกอร์ ฝาก ถอน ไม่มี ขั้น ต่ํา1️⃣LOOK618| ค่า สิ โน เครดิต ฟรี 1001️⃣M98| xo12341️⃣M98| rg888 สล็อต1️⃣M98| สล็อต xo ท รู วอ ล เล็ ต1️⃣LOOK618| 918kiss ฝาก ผ่าน วอ เลท1️⃣M98| joker slot แจก เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก 1️⃣2021| เครดิต ฟรี ฝาก 10 รับ 100 1️⃣2021|